phra.shop · สำหรับเจ้าของร้าน

คู่มือเจ้าของร้าน

ตั้งค่าและใช้งานระบบแอดมิน ตั้งแต่เข้าระบบครั้งแรกจนถึงจัดการออเดอร์ทุกวัน

เข้าที่ admin.phra.shop

🚀 เริ่มต้น 15 นาทีแรก

ทำ 5 ข้อนี้ให้ครบก่อน ร้านจึงจะเปิดขายได้จริง รายละเอียดเต็มอยู่ในแต่ละหัวข้อด้านล่าง

  1. 1 เปลี่ยนรหัสผ่านที่ทีมงานส่งให้ เข้า admin.phra.shop → กด “ลืมรหัสผ่าน?” → ตั้งรหัสผ่านใหม่ด้วยอีเมลของคุณ
  2. 2 เพิ่มบัญชีธนาคารรับเงินอย่างน้อย 1 บัญชี ตั้งค่า → บัญชีที่ใช้รับเงิน → เพิ่มบัญชี
  3. 3 กรอกข้อมูลผู้ส่ง (ใช้พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ ไม่กรอกจะพิมพ์ใบปะหน้าไม่ได้) ตั้งค่า → ข้อมูลผู้ส่ง (สำหรับใบปะหน้าพัสดุ)
  4. 4 เพิ่มสินค้าอย่างน้อย 1 ชิ้น พร้อมรูป ราคา และจำนวนคงเหลือ สินค้า → เพิ่มสินค้า
  5. 5 ตรวจว่าร้าน “เปิด” อยู่ และถ้าอยากให้ลูกค้าซื้อได้ทุกคนทันที ตรวจสวิตช์ “อนุญาตให้สมาชิกทุกคนสั่งซื้อได้” ให้ดี — ร้านที่เปิดตั้งแต่สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป สวิตช์นี้เปิดให้อัตโนมัติ ส่วนร้านที่เปิดก่อนหน้านั้นอาจยังปิดอยู่ อย่าเดาเอง เช็คให้ชัวร์ (ดูหัวข้อ 8) ตั้งค่า → เปิดร้าน / ปิดร้านชั่วคราว

1. เริ่มต้นใช้งาน

เข้าระบบครั้งแรกและทำความรู้จักเมนู

เข้าระบบ

ระบบแอดมินมีที่อยู่เดียวสำหรับทุกร้าน คือ admin.phra.shop เข้าด้วย อีเมล + รหัสผ่าน (ไม่ใช่เบอร์โทร/OTP แบบหน้าร้านลูกค้า) บัญชีแรกของร้านจะถูกสร้างและส่งให้โดยทีมงานแพลตฟอร์ม (อีเมล + รหัสผ่านตั้งต้น) เจ้าของร้านเองไม่สามารถสมัครบัญชีเองได้

เปลี่ยนรหัสผ่านครั้งแรก

ระบบยังไม่บังคับให้เปลี่ยนรหัสผ่านตอนล็อกอินครั้งแรก แนะนำให้เปลี่ยนเองทันทีที่ได้รับบัญชี:

  1. ไปที่หน้า Login แล้วกด ลืมรหัสผ่าน?
  2. กรอกอีเมลที่ทีมงานให้ไว้ แล้วกด ส่งลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่าน
  3. เปิดอีเมล กดลิงก์ในเมล จะพามาที่หน้า “ตั้งรหัสผ่านใหม่”
  4. กรอกรหัสผ่านใหม่ (อย่างน้อย 8 ตัวอักษร) 2 ช่องให้ตรงกัน แล้วกด บันทึกรหัสผ่านใหม่

หมายเหตุ: ระบบจะแสดงข้อความเดียวกันไม่ว่าอีเมลนั้นมีบัญชีอยู่จริงหรือไม่ (เพื่อความปลอดภัย) ถ้าไม่ได้รับอีเมลภายในไม่กี่นาที ให้ตรวจโฟลเดอร์สแปมก่อนติดต่อทีมงาน

ภาพรวมเมนู (แถบด้านซ้าย)

เมนูบีบ/ขยายได้ด้วยปุ่มมุมบนซ้าย และมีปุ่มแฮมเบอร์เกอร์ ☰ บนมือถือ รายการเมนูที่เจ้าของร้านเห็น:

เมนูใช้ทำอะไร
Monitor สดแดชบอร์ดเรียลไทม์ระหว่างขายไลฟ์ — ยอดขายวันนี้ ยกเลิกวันนี้ รอชำระเงิน สลิปรอตรวจ
สินค้าเพิ่ม/แก้ไขสินค้า ราคา สต๊อก รูปภาพ (หัวข้อ 3)
รุ่น/หมวดหมู่จัดกลุ่มสินค้าเป็นรุ่น เช่น ชื่อรุ่น วัด หลวงพ่อ ปีสร้าง
ข่าวสารเขียนข่าว/บทความลงหน้าร้าน (ไม่ครอบคลุมในคู่มือนี้)
กิจกรรมสร้างกิจกรรม/แจกของรางวัลให้สมาชิก (หัวข้อ 5)
ออเดอร์ดู/อนุมัติ/จัดส่งคำสั่งซื้อ (หัวข้อ 7) มีเมนูย่อย “มุมมองจัดของ”
ข้อเสนอราคาตอบข้อเสนอต่อรองราคาจากลูกค้า (หัวข้อ 6) มีตัวเลขแจ้งเตือนสีแดงเมื่อมีเรื่องรอตอบ
Facebookเชื่อมเพจ + จับคู่โพสต์กับสินค้าสำหรับจองผ่านคอมเมนต์ไลฟ์ (หัวข้อ 5)
การจัดส่งอัปโหลด/จัดการคลังเลขพัสดุ (หัวข้อ 7, 10)
สมาชิกรายชื่อสมาชิก สิทธิ์ซื้อ บล็อก ให้รางวัล (หัวข้อ 8)
ตั้งค่าศูนย์รวมการตั้งค่าร้านเกือบทั้งหมด (หัวข้อ 2, 4, 5, 6, 9, 10)

หากบัญชีของคุณเป็นระดับ “ทีมงานแพลตฟอร์ม” (super admin) จะเห็นเมนูเพิ่ม “ร้านค้า (Platform)” และ “บิลลิ่ง (Platform)” ด้วย — เมนู 2 อันนี้เจ้าของร้านทั่วไปจะไม่เห็น ไม่ต้องตกใจถ้าภาพหน้าจอจากทีมงานมีเมนูมากกว่าของคุณ

2. ตั้งค่าร้านที่ต้องทำก่อนขาย

3 เรื่องที่ต้องทำก่อนเปิดร้านจริง อยู่ในเมนู “ตั้งค่า”

บัญชีธนาคารรับเงิน

ตั้งค่า → บัญชีที่ใช้รับเงิน → เพิ่มบัญชี

ร้านสามารถบันทึกบัญชีธนาคารไว้ได้หลายบัญชี แต่ ใช้รับเงินได้ทีละบัญชีเท่านั้น — เลือกใช้บัญชีใหม่เมื่อไหร่ บัญชีเดิมจะถูกปิดให้อัตโนมัติทันที (ข้อความในระบบ: “เลือกใช้งานได้ทีละบัญชี เลือกบัญชีใหม่แล้วบัญชีเดิมจะปิดให้อัตโนมัติ”)

ฟิลด์ที่ต้องกรอก: ธนาคาร (เลือกจากรายชื่อ 15 ธนาคาร), เลขบัญชี, ชื่อบัญชี (ภาษาไทย), ชื่อบัญชี (ภาษาอังกฤษ — ไม่บังคับ), ลำดับการแสดง, และติ๊ก “ใช้บัญชีนี้รับเงิน”

ถ้าไม่มีบัญชีไหน “ใช้งานอยู่” เลย
ลูกค้าจะไม่เห็นบัญชีให้โอนเงินเลย ระบบจะเตือนด้วยข้อความสีเหลือง “ตอนนี้ไม่มีบัญชีที่ใช้งานอยู่” ทุกครั้งที่ปิดบัญชีสุดท้าย — ต้องมีบัญชีที่เปิดใช้งานอยู่เสมออย่างน้อย 1 บัญชีก่อนเปิดขาย

ถ้าเปิดรับ “พร้อมเพย์ (QR)” ด้วย ต้องกรอกหมายเลขพร้อมเพย์แยกต่างหากที่ ตั้งค่า → การสั่งซื้อ → ช่องทางการชำระเงิน → หมายเลขพร้อมเพย์

ที่อยู่ผู้ส่ง / เบอร์ติดต่อ (ใช้พิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ)

ตั้งค่า → ข้อมูลผู้ส่ง (สำหรับใบปะหน้าพัสดุ)

กรอก ชื่อผู้ส่ง, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่ (บ้านเลขที่/ถนน), ตำบล/แขวง, อำเภอ/เขต, จังหวัด, รหัสไปรษณีย์ ให้ครบ — ข้อมูลชุดนี้จะไปปรากฏบนใบปะหน้าพัสดุทุกใบในฐานะ “ผู้ส่ง” เท่านั้น ไม่แสดงบนหน้าร้าน และถ้าจะเปิดใช้เลขพัสดุอัตโนมัติจากไปรษณีย์ไทย (BGS, หัวข้อ 10) ต้องกรอกส่วนนี้ให้ครบก่อนด้วย

อย่าสับสนกับ “ข้อมูลติดต่อที่แสดงหน้าร้าน” ในหัวข้อ 4 — อันนั้นคือเบอร์/LINE ที่ลูกค้าเห็นบนหน้าร้าน คนละส่วนกัน กรอกแยกกันได้

เวลาถือครองการชำระเงิน (payment hold)

นี่คือเวลาที่ลูกค้ามีให้โอนเงิน + แนบสลิป ก่อนออเดอร์ถูกยกเลิกอัตโนมัติ ปรับเองได้ที่ ตั้งค่า → การสั่งซื้อ → เวลาชำระเงินก่อนยกเลิกอัตโนมัติ (นาที) ตั้งได้ระหว่าง 5-180 นาที ค่าเริ่มต้นคือ 30 นาที

เปลี่ยนค่านี้แล้วมีผลย้อนหลังทันที
การเปลี่ยนค่านี้มีผลกับออเดอร์ที่ “รอยืนยัน” ค้างอยู่แล้วทันที ไม่ใช่แค่ออเดอร์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ — เพราะระบบยกเลิกอัตโนมัติเทียบเวลาที่เหลือกับค่าที่ตั้งไว้ล่าสุดเสมอ ไม่ใช่ค่าที่ใช้อยู่ตอนลูกค้าสั่งซื้อ ถ้าลดเวลาลงกะทันหันระหว่างไลฟ์ที่มีออเดอร์ค้างรอชำระเงินอยู่เยอะ บางออเดอร์อาจถูกยกเลิกทันทีในรอบตรวจถัดไปเพราะเวลาที่เหลือหมดไปตามค่าใหม่ — ควรเปลี่ยนค่านี้ล่วงหน้าก่อนเริ่มไลฟ์ ไม่ใช่ระหว่างกำลังขายสด
หน้าจอตั้งค่าการสั่งซื้อ แสดงโหมดชำระเงินก่อนสั่งซื้อแบบทีละชิ้นหรือตะกร้า ค่าจัดส่ง จำกัดต่อออเดอร์ ช่องทางการชำระเงิน โหมดตรวจสอบการชำระเงิน และเวลาก่อนยกเลิกอัตโนมัติพร้อมคำเตือนสีแดง
หน้า “ตั้งค่า → การสั่งซื้อ” รวมโหมดชำระเงิน ค่าส่ง และเงื่อนไขคำสั่งซื้อไว้ในหน้าเดียว

ภาพหน้าจอในคู่มือนี้ถ่ายจากร้านค้าจริงที่ใช้งานระบบอยู่ ตัวเลขและชื่อสินค้าที่เห็นในภาพจึงอาจแตกต่างจากร้านของคุณ

3. สินค้า

เพิ่ม/แก้ไขสินค้า รูปภาพ สต๊อก และราคา

สินค้า → เพิ่มสินค้า หรือกด “แก้ไข” ที่แถวสินค้าเดิม

หน้ารายการสินค้า แสดงรูปตัวอย่าง รหัส SKU ชื่อสินค้า หมวดหมู่ ราคาขาย ราคาทุน กำไร จำนวนคงเหลือ สถานะ และลิงก์แก้ไข
คอลัมน์ “กำไร” คำนวณอัตโนมัติจากราคาทุน เห็นเฉพาะแอดมิน — “จำนวนคงเหลือ” ขึ้นสีแดงเมื่อหมด สีส้มเมื่อเหลือน้อย

ฟิลด์ในฟอร์มสินค้า

หน้าฟอร์มแก้ไขสินค้า แสดงฟิลด์ SKU หมวดหมู่ ชื่อสินค้า ราคาขาย ราคาทุน สต๊อก ลำดับการแสดง น้ำหนัก จำกัดต่อออเดอร์และต่อสมาชิก ช่องรับต่อรองราคา รายละเอียดสินค้า สวิตช์เปิดใช้งาน และแผงอัปโหลดรูปภาพ
ช่อง “รับต่อรองราคา” กับ “ราคาต่ำสุดที่รับได้” อยู่ติดกัน — ติ๊กเปิดก่อนแล้วจึงตั้งราคาต่ำสุด

รูปภาพ

ต้อง บันทึกสินค้าครั้งแรกก่อน จึงจะอัปโหลดรูปได้ (สร้างสินค้าใหม่ → บันทึก → กลับมาเพิ่มรูปทีหลัง) รองรับ JPG / PNG / WEBP / GIF ไฟล์ละไม่เกิน 4 MB ถ้ารูปใหญ่กว่านี้ระบบจะพยายามย่อให้อัตโนมัติก่อนอัปโหลด เลือกได้หลายไฟล์พร้อมกัน และลบรูปทีละรูปได้ภายหลัง

💡 ราคาต่ำสุดที่รับได้ (ถ้าติ๊ก “รับต่อรองราคา”) ควรตั้งให้ไม่ต่ำกว่าราคาทุน ระบบจะเตือนสีแดงให้เห็นทันทีถ้าตั้งต่ำกว่าราคาทุนที่กรอกไว้

4. หน้าตาร้าน

คำโปรย รูปหน้าปก ลิงก์โซเชียล นโยบายร้าน และป้ายประกาศ

ทั้งหมดอยู่ในเมนู ตั้งค่า คนละการ์ดกับ “แบรนด์ร้าน” (ชื่อร้านที่แสดง, สีหลัก/สีรอง, โลโก้) ซึ่งอยู่ติดกันด้านบน — ปรับสีร้าน/โลโก้ที่การ์ดนั้น ส่วนคำโปรยกับรูปหน้าปกอยู่ที่การ์ด “หน้าตาร้าน”

คำโปรย (ข้อความใต้ชื่อร้าน)

ตั้งค่า → หน้าตาร้าน → ข้อความใต้ชื่อร้าน (หน้าแรก) พิมพ์ได้สูงสุด 200 ตัวอักษร มีตัวนับเหลือให้ดูสด ๆ

รูปพื้นหลังหน้าแรก

ตั้งค่า → หน้าตาร้าน → รูปพื้นหลังหน้าแรก รองรับ JPG / PNG / WEBP ไม่เกิน 4 MB ต่อไฟล์

ลิงก์โซเชียล

ตั้งค่า → หน้าตาร้าน → ลิงก์โซเชียล — Facebook / LINE / TikTok แต่ละช่องต้องขึ้นต้นด้วย https:// เท่านั้น (ระบบตรวจให้ทันทีที่พิมพ์) เว้นว่างช่องไหน = ไม่แสดงไอคอนนั้นบนหน้าร้าน

ลิงก์ LINE ช่องนี้สำคัญมากถ้าจะเปิดโหมดต่อรอง “ให้ลูกค้าทัก LINE” ในหัวข้อ 6 — ถ้าไม่กรอก ปุ่มต่อรองจะไม่แสดงบนหน้าสินค้าเลย

นโยบายร้าน (3 หัวข้อ)

ตั้งค่า → หน้าตาร้าน → นโยบายร้าน — การจัดส่ง, การเปลี่ยน/คืนสินค้า, การรับประกันพระแท้ แต่ละช่องพิมพ์ได้สูงสุด 2,000 ตัวอักษร เว้นว่างช่องไหน = ไม่แสดงหัวข้อนั้นบนหน้าร้าน

ประกาศหน้าร้าน (ป้ายวิ่ง)

ตั้งค่า → ป้ายวิ่งประกาศ — สวิตช์นี้ ปิดโดยค่าเริ่มต้น เปิดแล้วกรอก “ข้อความประกาศ” (สูงสุด 200 ตัวอักษร) จะขึ้นเป็นแถบข้อความวิ่งด้านบนทุกหน้าของร้าน เหมาะกับแจ้งกำหนดส่งของหรือประกาศสำคัญชั่วคราว

หน้าจอตั้งค่าร้าน แสดงสวิตช์เปิด-ปิดร้าน โหมดจองเฉพาะไลฟ์พร้อมช่องข้อความประกาศ ป้ายวิ่งประกาศ เปิดรับต่อรองราคา แก้ไขที่อยู่ลูกค้า ข้อมูลติดต่อหน้าร้าน และการแจ้งเตือน Telegram
สวิตช์เหล่านี้อยู่ในหน้าตั้งค่าเดียวกันทั้งหมด เลื่อนหาตามชื่อหัวข้อที่ตรงกับที่ต้องการ

5. การขาย

โหมดจองเฉพาะไลฟ์ การจองผ่านคอมเมนต์ และกิจกรรม/ของรางวัล

โหมดจองเฉพาะช่วง Live (ปิดรับจองผ่านเว็บ)

ตั้งค่า → ปิดรับจองผ่านเว็บ (จองผ่านไลฟ์เท่านั้น) — สวิตช์นี้ ปิดโดยค่าเริ่มต้น

อ่านหัวข้อถัดไปก่อนเปิดสวิตช์นี้
ถ้าเปิด “ปิดรับจองผ่านเว็บ” โดยหวังพึ่งการจองผ่านคอมเมนต์ Facebook Live แทน — ตอนนี้ช่องทางคอมเมนต์ ยังใช้งานจริงไม่ได้ (ดูด้านล่าง) ผลคือลูกค้าจะจองไม่ได้เลยทั้งสองทาง ควรเช็คสถานะกับทีมงานก่อนเปิดสวิตช์นี้ในไลฟ์จริง

การจองผ่านคอมเมนต์ Facebook Live

ยังใช้งานจริงไม่ได้ 100% — เมนูและปุ่มมีให้ใช้ครบแล้ว แต่การรับคอมเมนต์จริงจาก Facebook ต้องรอ Meta อนุมัติสิทธิ์การเชื่อมต่อ (Meta App Review) ให้แพลตฟอร์มก่อน ซึ่งยังไม่ผ่านในตอนนี้ ระหว่างนี้เจ้าของร้านตั้งค่าล่วงหน้าได้ แต่ อย่าเพิ่งประกาศให้ลูกค้าจองผ่านคอมเมนต์จริงจนกว่าทีมงานจะยืนยันว่าใช้งานได้แล้ว

  1. Facebook → เชื่อมต่อเพจ Facebook — วาง Page ID และ Page Access Token ของเพจร้าน (วางครั้งเดียว ระบบไม่แสดงโทเคนกลับมาให้ดูอีก) แล้วเปิดสวิตช์ช่องทางที่ต้องการรับ: “คอมเมนต์ (CF ใต้โพสต์/ไลฟ์)” และ/หรือ “Messenger”
  2. Facebook → จับคู่โพสต์กับสินค้า — วาง Post ID ของโพสต์/ไลฟ์ แล้วเลือกสินค้าที่จะขายในโพสต์นั้น ถ้าโพสต์เดียวขายหลายรายการ ตั้งรหัส “CF code” แยกแต่ละชิ้นได้ (เช่น A12)
  3. ระหว่างไลฟ์ กด CF Monitor สด จากหน้า Facebook เพื่อดูคอมเมนต์ที่เข้ามาแบบเรียลไทม์ พร้อมปุ่ม “สร้างออเดอร์” / “ไม่ใช่ออเดอร์” สำหรับคอมเมนต์ที่ระบบจับคู่สินค้าไม่ได้เอง

แยกจากเมนู “Monitor สด” (สีเขียวในแถบเมนูหลัก) ซึ่งเป็นแดชบอร์ดยอดขายไลฟ์ทั่วไปของหน้าเว็บ ไม่เกี่ยวกับคอมเมนต์ Facebook — ใช้งานได้ปกติแล้ววันนี้

กิจกรรม / ของรางวัล

กิจกรรม → สร้างกิจกรรม — ตั้งชื่อกิจกรรม, รูปปก (เพิ่มได้หลังบันทึกครั้งแรก), รายละเอียด, เงื่อนไขการเข้าร่วม (เลือกได้ว่าบังคับให้มีลิงก์ Facebook ในโปรไฟล์ และ/หรือบังคับกรอกโปรไฟล์ครบ), ฟิลด์เพิ่มเติมที่ให้กรอกตอนเข้าร่วม (สูงสุด 10 ฟิลด์ เลือกชนิดได้ว่าข้อความสั้น/ข้อความยาว/อีเมล และติ๊กบังคับได้ทีละฟิลด์), วันเริ่ม-สิ้นสุด (เว้นว่าง = ไม่กำหนด), และสวิตช์ “เผยแพร่” กับ “ปักหมุด” (แสดงก่อน)

การให้ของรางวัลทำที่ สมาชิก → เลือกสมาชิก → ให้รางวัล เลือกสินค้า (เฉพาะที่มีสต๊อก) กำหนดจำนวน เลือกวิธีส่ง (จัดส่ง/รับเอง) และตั้งค่าส่ง — ใส่ 0 = ส่งฟรีทั้งหมด, ใส่มากกว่า 0 = ลูกค้าต้องโอนค่าส่งและแนบสลิปก่อนร้านจึงจัดส่ง (ออเดอร์ของรางวัลจะไม่ถูกยกเลิกอัตโนมัติแม้ลูกค้ายังไม่จ่าย ต่างจากออเดอร์ปกติที่ถูกยกเลิกใน 30 นาที)

6. ต่อรองราคา

เปิดให้ลูกค้าเสนอราคาเป็นรายชิ้น พร้อมกันขายต่ำกว่าทุนโดยไม่ตั้งใจ

สวิตช์เปิดระดับร้าน

ตั้งค่า → เปิดรับต่อรองราคาปิดโดยค่าเริ่มต้น เปิดแล้วจึงเลือกรูปแบบการรับข้อเสนอได้ 1 ใน 3 แบบ:

โหมดทำงานอย่างไร
รีวิวเอง (ค่าเริ่มต้น)ทุกข้อเสนอเข้าคิวรอที่หน้า “ข้อเสนอราคา” แอดมินกดตอบเองทุกครั้ง
อัตโนมัติระบบตัดสินทันที: ข้อเสนอที่ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ → ตกลงทันที (ลูกค้ามี 24 ชม. ให้จ่ายเงิน); ต่ำกว่าเกณฑ์ → ปฏิเสธทันที ไม่ต้องมีแอดมินกดอะไร แต่ Telegram จะแจ้งเตือนแยกว่าปิดดีลอัตโนมัติแล้ว
ให้ลูกค้าทัก LINEไม่มีระบบรับข้อเสนอในเว็บเลย ปุ่มจะพาลูกค้าไปแชท LINE ของร้านแทน (ต้องกรอกลิงก์ LINE ในหน้าตาร้านก่อน ไม่งั้นปุ่มจะไม่แสดง)

เปิดรับต่อรองรายสินค้า

ต้องติ๊ก “รับต่อรองราคา” ที่หน้าแก้ไขสินค้าด้วย (สินค้า → แก้ไขสินค้า → รับต่อรองราคา) สินค้าที่ไม่ติ๊กจะไม่มีปุ่มต่อรองแม้ร้านเปิดสวิตช์ใหญ่ไว้แล้ว

ราคาต่ำสุดรายสินค้า vs เกณฑ์ % ของร้าน

มี 2 ชั้นควบคุมราคาต่ำสุดที่ระบบยอมรับ และราคาต่ำสุดรายสินค้าชนะเสมอถ้าตั้งไว้:

  1. ราคาต่ำสุดรายสินค้า (สินค้า → แก้ไขสินค้า → ราคาต่ำสุดที่รับได้) — ถ้ากรอกไว้ ใช้ค่านี้เสมอสำหรับสินค้าชิ้นนั้น
  2. เกณฑ์ % ของร้าน (ตั้งค่า → เปิดรับต่อรองราคา → รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า (% ของราคาป้าย) ค่าเริ่มต้น 85%) — ใช้เฉพาะสินค้าที่ ไม่ได้ กรอกราคาต่ำสุดรายชิ้นไว้

% คืออะไรกันแน่?

“รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า % ของราคาป้าย” หมายถึง ตั้งสูง = ยอมลดราคาน้อย ไม่ใช่ตั้งสูง = ลดเยอะ

ตัวอย่าง: พระราคาป้าย 10,000 บาท ตั้งเกณฑ์ไว้ 85% → ระบบจะรับข้อเสนอต่ำสุดที่ 8,500 บาท (ยอมลดได้ไม่เกิน 15%) ถ้าตั้ง 95% → รับต่ำสุด 9,500 บาท (ยอมลดได้ไม่เกิน 5%)

ตัวเลขเกณฑ์นี้เป็นความลับภายในร้าน ระบบจะไม่มีวันบอกลูกค้าว่าราคาต่ำสุดคือเท่าไหร่ ไม่ว่าจะโหมดไหน

ตั้งเกณฑ์ต่ำกว่า 50%
ระบบจะเตือนทันทีในหน้าตั้งค่าว่า “ค่านี้ต่ำมาก ระบบจะยอมขายต่ำกว่าราคาป้ายเกินครึ่ง ตรวจสอบอีกครั้ง”

หน้า “ข้อเสนอราคา” — ตอบรับ/ปฏิเสธ/เสนอกลับ

ข้อเสนอราคา (มีตัวเลขแจ้งเตือนสีแดงที่เมนูซ้ายเมื่อมีเรื่องรอตอบ) แสดงข้อเสนอทุกสถานะ:

สถานะความหมาย
รอตอบข้อเสนอใหม่ รอแอดมินตัดสินใจ (โหมดรีวิวเอง)
เสนอกลับแล้วแอดมินเสนอราคากลับไป รอลูกค้าตอบรับ
ตกลงแล้วตกลงราคาแล้ว รอลูกค้าจ่ายเงินภายใน 24 ชม.
ซื้อแล้วลูกค้าจ่ายเงินและสร้างออเดอร์เรียบร้อย
ปฏิเสธแอดมินปฏิเสธข้อเสนอ
ลูกค้าไม่รับข้อเสนอลูกค้าปฏิเสธราคาที่แอดมินเสนอกลับ
ต่ำกว่าเกณฑ์อัตโนมัติระบบปฏิเสธเองเพราะต่ำกว่าเกณฑ์ (เกี่ยวกับโหมดอัตโนมัติ)
หมดอายุไม่มีใครตอบทันเวลา

ปุ่มที่ใช้ได้กับข้อเสนอ “รอตอบ”: ตกลง รับราคาที่เสนอมาทันที, เสนอกลับ เปิดช่องกรอกราคาใหม่แล้วกด “ส่งข้อเสนอกลับ”, ปฏิเสธ ปิดข้อเสนอทันทีไม่ต้องใส่เหตุผล ราคาที่เสนอกลับห้ามเกินราคาป้ายสินค้า ระบบจะเตือนและปิดปุ่มส่งให้ถ้าใส่เกิน

คำเตือนเมื่อตกลงต่ำกว่าราคาทุน
ถ้าราคาที่จะกด “ตกลง” หรือ “เสนอกลับ” ต่ำกว่าราคาทุนของสินค้าชิ้นนั้น ตัวเลขราคาจะขึ้นสีแดงพร้อมคำว่า “ต่ำกว่าราคาทุน” ในตาราง และเมื่อกดยืนยัน ระบบจะเปิดกล่องยืนยันซ้ำอีกครั้ง (“ต่ำกว่าราคาทุน (X บาท) — ยืนยันราคานี้หรือไม่?”) — ไม่ได้ห้ามขายขาดทุนเด็ดขาด แต่บังคับให้กดยืนยัน 2 ครั้งเพื่อกันพลาด

เวลาที่มีผล: ข้อเสนอที่ไม่มีคนตอบจะหมดอายุใน 48 ชั่วโมง ส่วนข้อเสนอที่ตกลงแล้วลูกค้ามีเวลา 24 ชั่วโมงในการจ่ายเงินก่อนหมดอายุ ลูกค้า 1 คนเสนอราคาสินค้าชิ้นเดียวกันซ้อนกันไม่ได้ (ต้องรอเรื่องเดิมจบก่อน) และจำกัดไม่เกิน 3 ครั้ง/วัน/สินค้า และ 10 ครั้ง/วัน/ร้าน

7. จัดการออเดอร์

สถานะ อนุมัติสลิป เตรียมจัดส่ง พิมพ์ใบปะหน้า และส่งออก CSV

สถานะออเดอร์ทั้งหมด

สถานะความหมาย
รอยืนยันลูกค้าสั่งซื้อแล้ว รอแอดมินตรวจสลิป/อนุมัติ
ยืนยันแล้วอนุมัติแล้ว รอเตรียมจัดส่ง (หรือรอมารับเองถ้าเป็นแบบรับที่ร้าน)
กำลังเตรียมจัดส่งกด “เตรียมจัดส่ง” แล้ว กำลังแพ็คของ
จัดส่งแล้วส่งพัสดุออกไปแล้ว
เสร็จสมบูรณ์ปิดออเดอร์ (จัดส่งถึงแล้ว หรือลูกค้ามารับของแล้ว)
ยกเลิกถูกยกเลิก (อัตโนมัติเพราะไม่จ่ายเงินใน 30 นาที หรือแอดมินยกเลิกเอง)

ออเดอร์แบบ “รับเองที่ร้าน” จะข้าม “กำลังเตรียมจัดส่ง” และ “จัดส่งแล้ว” ไปเลย มีแค่ปุ่ม “เสร็จสิ้น (รับของแล้ว)” ให้กดตอนลูกค้ามารับ

แถบกรองในหน้ารายการออเดอร์มีเพิ่มอีก 2 แท็บที่ไม่ใช่สถานะจริง: “สลิปไม่ผ่าน” (ออเดอร์รอยืนยันที่ระบบตรวจสลิปอัตโนมัติแล้วไม่ผ่าน) และ “ต้องคืนเงิน” (ออเดอร์ยกเลิกที่ลูกค้าจ่ายเงินไปแล้วและยังไม่ได้บันทึกว่าคืนเงิน)

หน้ารายการออเดอร์ แสดงการ์ดสรุปยอดตามสถานะ รอยืนยัน ยืนยันแล้ว กำลังเตรียม-จัดส่งแล้ว และรายได้รวม แท็บกรองสถานะ และรายการออเดอร์พร้อมเลขออเดอร์ ชื่อสมาชิก ยอดรวม สถานะ วันที่ ปุ่มดูรายละเอียดและล็อกที่อยู่
ปุ่ม “ล็อกที่อยู่” ที่แต่ละแถวกันไม่ให้ลูกค้าแก้ไขที่อยู่จัดส่งผ่าน OTP อีก เหมาะใช้ตอนเริ่มแพ็คของแล้ว

ภาพหน้าจอในหัวข้อนี้ถ่ายจากร้านทดสอบภายในของทีมงาน ชื่อลูกค้าที่เห็น (สมชาย ใจดี, มานี รักษ์ไทย, ปิติ ทองดี) เป็นข้อมูลจำลอง ไม่ใช่ลูกค้าจริง

อนุมัติ / ตรวจสลิป

ขึ้นกับโหมดที่ตั้งไว้ที่ ตั้งค่า → การสั่งซื้อ → การตรวจสอบการชำระเงิน:

ยกเลิกอัตโนมัติเมื่อไม่จ่ายใน 30 นาที

ออเดอร์ที่ยัง “รอยืนยัน” และไม่มีสลิปแนบภายใน 30 นาทีจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ (ดูคำเตือนเรื่องการเปลี่ยนเวลานี้ในหัวข้อ 2) ออเดอร์ของรางวัลที่แอดมินให้เองไม่ถูกยกเลิกด้วยกฎนี้

เตรียมจัดส่ง

ที่หน้ารายละเอียดออเดอร์แต่ละใบ ตอนกด “เตรียมจัดส่ง” จะมีตัวเลือกเลขพัสดุ 3 แบบ:

ค่าเริ่มต้นเป็น “ไม่ใช้เลขพัสดุ” เพราะออเดอร์ทีละใบส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีเลขทันที — แต่ถ้าเตรียมจัดส่งแบบกลุ่มจากหน้า “มุมมองจัดของ” หรือปุ่มกลุ่มในหน้ารายการออเดอร์ ระบบจะพยายามดึงเลขจากคลัง (หรือขอจาก BGS ถ้าเปิดใช้) ให้อัตโนมัติเสมอ ไม่ต้องเลือกเอง

เลขพัสดุ / คลังเลข

การจัดส่ง → นำเข้าเลขพัสดุ — วางเลขพัสดุทีละบรรทัด หรือคั่นด้วยจุลภาค (วางเป็น CSV ได้) แล้วกด “นำเข้า” รูปแบบที่รับ: ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่/ตัวเลข/ขีด 4-40 ตัวอักษร ระบบจะกันเลขซ้ำทั้งในไฟล์ที่วางเข้ามาและซ้ำกับที่มีอยู่แล้วในคลัง พร้อมสรุปให้ว่านำเข้าได้กี่รายการ ซ้ำกี่รายการ ผิดรูปแบบกี่รายการ เลขที่ยังไม่ได้ใช้ (“ว่าง”) ลบออกจากคลังได้ ส่วนที่จ่ายให้ออเดอร์แล้วลบไม่ได้

หน้าแพ็คของ (มุมมองจัดของ)

ออเดอร์ → มุมมองจัดของ หรือ /orders/packing — ดึงเฉพาะออเดอร์ที่ “ยืนยันแล้ว” หรือ “กำลังเตรียมจัดส่ง” แบบจัดส่งทางไปรษณีย์ (ไม่รวมรับเอง) มาจัดกลุ่มตามสินค้าให้แพ็คง่ายขึ้น

  1. ดูจำนวนสินค้า/จำนวนองค์รวม/จำนวนออเดอร์ที่การ์ดสถิติด้านบน กรองช่วงวันที่ได้ด้วยปุ่มลัด “วันนี้ / เมื่อวาน / 7 วัน”
  2. แต่ละการ์ดสินค้ามีปุ่ม เตรียมจัดส่ง + ปริ้น label — กดครั้งเดียวจะเปลี่ยนสถานะออเดอร์ทั้งหมดของสินค้านั้นเป็น “กำลังเตรียมจัดส่ง” พร้อมพยายามผูกเลขพัสดุจากคลัง (หรือ BGS) ให้อัตโนมัติ แล้วเปิดหน้าพิมพ์ใบปะหน้าทั้งกลุ่มให้ทันที
  3. ติ๊ก “แพ็คแล้ว” ที่การ์ดได้เพื่อดูง่าย ๆ ว่าแพ็คไปถึงไหน แต่ค่านี้ ไม่ถูกบันทึก รีเฟรชหน้าแล้วจะหายไป ใช้เป็นเช็คลิสต์สายตาระหว่างแพ็คของวันนั้นเท่านั้น
  4. ปุ่มบนสุด: พิมพ์ พิมพ์ใบสรุปการแพ็ค และ ดาวน์โหลด CSV ดาวน์โหลดรายการทั้งหมดเป็นไฟล์ CSV
หน้ามุมมองจัดของ แสดงการ์ดสรุปจำนวน ปุ่มกรองวันที่วันนี้ เมื่อวาน 7 วัน และการ์ดสินค้าสองใบพร้อมรายชื่อออเดอร์ที่มีสินค้านั้น ปุ่มเตรียมจัดส่ง + ปริ้น label และช่องติ๊กแพ็คแล้ว
การ์ดแต่ละใบคือสินค้า 1 ชนิด กดปุ่ม “เตรียมจัดส่ง + ปริ้น label” ครั้งเดียวจัดการทุกออเดอร์ของสินค้านั้นพร้อมกัน

พิมพ์ใบปะหน้า

พิมพ์ทีละใบได้จากหน้ารายละเอียดออเดอร์ (ปุ่ม “พิมพ์ใบปะหน้า”) หรือเลือกหลายแถวในหน้ารายการออเดอร์แล้วกด “ปริ้น label ทั้งหมด” กระดาษที่ใช้คือ ขนาด 100 × 110 มม. และวางบาร์โค้ดไว้ ด้านบนสุดของใบตามข้อกำหนดของไปรษณีย์ไทย — ถ้าออเดอร์ยังไม่มีเลขพัสดุ ระบบจะพิมพ์ใบปะหน้าแบบไม่มีบาร์โค้ดให้ก่อน (ที่อยู่ครบ) ใส่เลขทีหลังแล้วพิมพ์ใหม่ได้ ทุกใบจะมีข้อความเตือน “กรุณาถ่ายวีดีโอขณะแกะพัสดุเพื่อเป็นหลักฐาน” กำกับไว้เสมอ

ส่งออก CSV

มี CSV ให้ดาวน์โหลด 2 จุดเท่านั้น: รายชื่อสมาชิก (จากเมนูสมาชิก, ตามด้วยตัวกรองที่ตั้งไว้บนหน้าจอ) และ รายการแพ็คของ (จากหน้ามุมมองจัดของ) หน้ารายการออเดอร์เองยังไม่มีปุ่มส่งออก CSV

8. สมาชิก

รายชื่อ สิทธิ์ซื้อ การบล็อก และการจำกัดซื้อต่อคน

สมาชิก — ค้นหาด้วยชื่อ/เบอร์/รหัสสมาชิก กรองตามช่วงวันสมัคร หรือติ๊ก “เฉพาะคนที่กรอกชื่อ” ปุ่มส่งออก CSV อยู่ข้างช่องค้นหา

การอนุมัติสิทธิ์ซื้อ

มี 2 ชั้นทำงานร่วมกัน อ่านให้ครบเพราะเป็นจุดที่ร้านมักงงว่า “ทำไมลูกค้าซื้อของไม่ได้ทั้งที่ของมีอยู่”:

สวิตช์ “อนุญาตให้สมาชิกทุกคนสั่งซื้อได้” — ค่าเริ่มต้นขึ้นกับวันที่เปิดร้าน
ตั้งค่า → การสั่งซื้อ → อนุญาตให้สมาชิกทุกคนสั่งซื้อได้ (ไม่ต้องเปิดสิทธิ์รายคน) — ร้านที่เปิดตั้งแต่สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป สวิตช์นี้จะเปิดโดยค่าเริ่มต้น ส่วนร้านที่เปิดก่อนหน้านั้นอาจยังเป็น ปิดอยู่ — อย่าสันนิษฐานเอง เข้ามาดูค่าจริงในหน้านี้ก่อนเสมอ ถ้าปิดอยู่ สมาชิกใหม่ทุกคนจะสั่งซื้อไม่ได้จนกว่าแอดมินจะไปเปิดสิทธิ์ให้เป็นรายคนที่หน้าสมาชิก ร้านที่อยากให้ลูกค้าสมัครแล้วซื้อได้ทันทีควรเปิดสวิตช์นี้ไว้

การบล็อกสมาชิก

ปุ่ม ระงับการซื้อ ที่หน้าสมาชิก (มีกล่องยืนยันก่อนกด) จะปิดสิทธิ์ซื้อของคนนั้นทั้งบนเว็บและบนคอมเมนต์ Facebook Liveทันที ไม่ว่าสวิตช์ 2 ข้อบนจะตั้งไว้อย่างไรก็ตาม (บล็อกชนะเสมอ) ปลดบล็อกด้วยปุ่ม ปลดระงับ (ไม่มีกล่องยืนยัน) ใช้เมื่อต้องการแบนเฉพาะคน เช่น เบี้ยวจ่ายเงินซ้ำ ๆ — คนละเรื่องกับสวิตช์สิทธิ์ซื้อปกติที่ใช้ควบคุมทั้งร้าน

การจำกัดซื้อต่อคน

ตั้งได้ที่ระดับสินค้าแต่ละชิ้น ไม่ใช่ระดับสมาชิก — ดูหัวข้อ 3 (“จำกัดต่อสมาชิก”) นับรวมทุกออเดอร์ที่ไม่ถูกยกเลิกของคนนั้น เมื่อครบโควตาแล้วสั่งซื้อสินค้าชิ้นนั้นซ้ำไม่ได้อีก แม้แอดมินจะให้ของรางวัลเกินโควตาได้ (เพื่อความยืดหยุ่น) แต่จำนวนที่ให้ไปก็จะถูกนับรวมในโควตาของสมาชิกคนนั้นเช่นกัน

9. การแจ้งเตือน Telegram

รู้ก่อนใครเมื่อมีออเดอร์ใหม่ สลิปแนบเข้ามา หรือมีคนต่อรองราคา

ตั้งค่า → การแจ้งเตือน Telegram เว้นว่างช่อง “Telegram Chat ID” ไว้ = ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมด

แจ้งเตือนเรื่องอะไรบ้าง

ทุกข้อความมีลิงก์กลับเข้าหน้าที่เกี่ยวข้องในระบบแอดมินให้กดตรงเข้าไปได้เลย

วิธีตั้งค่า

บอทที่ใช้ส่งข้อความ (@wessuwan_shop_bot) เป็นบอทกลางของระบบทั้งแพลตฟอร์ม สิ่งที่แต่ละร้านต้องทำเองมีแค่บอกให้บอทรู้ว่าจะส่งเข้าแชทไหน:

  1. เพิ่มบอท @wessuwan_shop_bot เข้ากลุ่ม Telegram ที่ต้องการรับแจ้งเตือน (หรือจะแชทกับบอทเป็นการส่วนตัวก็ได้ถ้าอยากรับคนเดียว)
  2. หา “Chat ID” ของกลุ่มนั้น — วิธีง่ายสุดคือเชิญบอทผู้ช่วยอย่าง @userinfobot หรือ @RawDataBot เข้ากลุ่มชั่วคราวเพื่อดึงเลข Chat ID ออกมา (กลุ่มจะได้เลขที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายลบ เช่น -100xxxxxxxxxx) แล้วเอาบอทผู้ช่วยออกได้เลยหลังได้เลขแล้ว
  3. นำเลข Chat ID มากรอกที่ช่อง “Telegram Chat ID” แล้วกด “บันทึกการตั้งค่า”
  4. กดปุ่ม ส่งข้อความทดสอบ เพื่อเช็คว่าบอทส่งข้อความเข้ากลุ่มได้จริง

ถ้ากดส่งข้อความทดสอบแล้วไม่สำเร็จ ให้แจ้งทีมงานแพลตฟอร์มตรวจสอบให้ (อาจเป็นเพราะยังไม่ได้เพิ่มบอทเข้ากลุ่ม หรือ Chat ID ผิด)

10. ไปรษณีย์ไทย (BGS)

ขอเลขพัสดุอัตโนมัติจากไปรษณีย์ไทย — เชื่อมต่อสำเร็จ พร้อมเปิดใช้ได้แล้ว

พร้อมใช้แล้ว ระบบเชื่อมต่อกับ BGS (ระบบออกเลขพัสดุของไปรษณีย์ไทย) ผ่านการทดสอบกับไปรษณีย์ไทยเรียบร้อยแล้ว — ปุ่มทดสอบออกใบพัสดุตัวอย่างพร้อมเลขจริงจากระบบทดสอบได้สำเร็จ ร้านที่ต้องการให้ระบบขอเลขพัสดุให้อัตโนมัติสามารถเปิดใช้ได้เลย

ถ้าเปิดใช้แล้วจะได้อะไร

ตั้งค่า → แหล่งเลขพัสดุ → ขอจากไปรษณีย์ไทยอัตโนมัติ (BGS) — เมื่อเปิดใช้ ระบบจะขอเลขพัสดุจริงจาก API ของไปรษณีย์ไทยให้อัตโนมัติทุกครั้งที่กด “เตรียมจัดส่ง” แทนที่จะต้องอัปโหลดเลขเข้าคลังเองล่วงหน้า ต้องกรอก “ข้อมูลผู้ส่ง” (หัวข้อ 2) ให้ครบก่อนเพราะ BGS ต้องใช้ที่อยู่ต้นทางที่ถูกต้อง

ถ้าคำขอ BGS ล้มเหลวไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ระบบจะดึงเลขจากคลังให้แทนโดยอัตโนมัติเสมอ — ออเดอร์จะไม่ค้าง

ขั้นตอนเปิดใช้

11. ค่าคอมมิชชั่นสมาชิก (Affiliate)

ให้สมาชิกแชร์ลิงก์สินค้า ได้ค่าคอมเมื่อมีคนสั่งซื้อผ่านลิงก์นั้น

ฟีเจอร์นี้เปิด/ปิดแยกอิสระตามแต่ละร้าน ปิดโดยค่าเริ่มต้น เมื่อเปิดใช้แล้ว สมาชิกที่ล็อกอินอยู่จะเห็นปุ่ม “แชร์รับค่าคอม X%” ที่หน้าสินค้า กดแล้วได้ลิงก์ส่วนตัวไปแชร์ต่อได้ทันที เมื่อมีคนเปิดลิงก์นั้นแล้วสั่งซื้อผ่านหน้าเว็บ เจ้าของลิงก์จะได้ค่าคอมมิชชั่นเป็น % ของยอดสินค้าก่อนหักค่าจัดส่ง

เปิดใช้งาน (ตั้งค่า 3 ค่า)

ตั้งค่า → ค่าคอมมิชชั่นสมาชิก

ลิงก์ทำงานอย่างไร

ลิงก์ที่สมาชิกแชร์ออกไปจะจดจำผลไว้ 7 วัน นับจากคนกดเปิดลิงก์ ถ้าคนคนเดียวกันกดลิงก์จากสมาชิกหลายคนภายใน 7 วันนี้ ระบบจะยึดลิงก์ล่าสุดที่กดเป็นผู้ได้ค่าคอม ซื้อผ่านลิงก์ของตัวเองไม่นับ ไม่ได้ค่าคอมกับตัวเอง

สถานะค่าคอมที่สมาชิกเห็น

สมาชิกดูรายได้และบันทึกบัญชีธนาคารรับเงิน (เลือกธนาคารจากรายชื่อ, กรอกเลขบัญชี/ชื่อบัญชี) ได้เองที่หน้า “รายได้จากการแชร์” (/my-earnings) เข้าได้จากปุ่มลัดในหน้าโปรไฟล์ของสมาชิก

สถานะความหมาย
รอเข้าเกณฑ์มีออเดอร์เกิดจากลิงก์แล้ว แต่ร้านยังไม่อนุมัติสลิป
ยืนยันแล้วร้านอนุมัติสลิปของออเดอร์นั้นแล้ว นับเป็นยอดรอจ่ายจริง
จ่ายแล้วร้านโอนเงินให้สมาชิกแล้วและกดบันทึกในระบบ
ยกเลิกออเดอร์ถูกยกเลิกไม่ว่าด้วยเหตุผลใด — ไม่มีค่าคอมสำหรับออเดอร์นี้อีกเลย

รายงานและจ่ายเงิน (สำหรับร้าน)

ค่าคอมสมาชิก — สรุปยอดรอจ่ายและยอดจ่ายแล้วเดือนนี้ไว้ด้านบน ตามด้วยตารางรายสมาชิกพร้อมบัญชีธนาคารที่สมาชิกกรอกไว้ กดปุ่ม จ่ายแล้ว ที่แถวของสมาชิกแต่ละคนเพื่อปิดยอด “ยืนยันแล้ว” ทั้งหมดของคนนั้นให้เป็น “จ่ายแล้ว” พร้อมกันทีเดียว

ร้านโอนเงินเอง ระบบเป็นแค่สมุดบัญชี
ระบบไม่มีการโอนเงินอัตโนมัติ ร้านต้องโอนเงินให้สมาชิกเองตามบัญชีที่สมาชิกกรอกไว้ก่อน แล้วจึงย้อนมากดปุ่ม “จ่ายแล้ว” เพื่อบันทึกผลในระบบ — ปุ่มนี้ไม่ได้สั่งโอนเงินจริงแต่อย่างใด

ควรรู้

  • ร้านโอนเงินให้สมาชิกเอง ระบบไม่มีการจ่ายเงินอัตโนมัติ
  • ออเดอร์ที่ถูกยกเลิกไม่ว่ากรณีใด = ไม่มีค่าคอมเลย
  • ซื้อผ่านลิงก์ของตัวเอง ไม่ได้ค่าคอม
  • นับเฉพาะออเดอร์ที่สั่งผ่านหน้าเว็บเท่านั้น ไม่รวมจองผ่านคอมเมนต์ไลฟ์

12. ปัญหาที่พบบ่อย + เช็คลิสต์ก่อนไลฟ์

ไล่เช็คก่อนถามทีมงาน และก่อนกดเริ่มไลฟ์ทุกครั้ง

ปัญหาที่พบบ่อย

ลูกค้าบอกว่าสั่งซื้อไม่ได้ ทั้งที่สินค้ามีของ

เช็คตามลำดับ: (1) ร้าน “เปิด” อยู่ไหมที่ ตั้งค่า → เปิดร้าน/ปิดร้านชั่วคราว (2) เปิด “ปิดรับจองผ่านเว็บ” ไว้อยู่หรือเปล่า (3) สวิตช์ “อนุญาตให้สมาชิกทุกคนสั่งซื้อได้” เปิดอยู่จริงไหม (ร้านที่เปิดก่อนสิงหาคม 2569 อาจยังปิดอยู่โดยไม่รู้ตัว) — ถ้าปิด ต้องไปเปิดสิทธิ์รายคนที่หน้าสมาชิกก่อน (4) สมาชิกคนนั้นถูก “ระงับการซื้อ” ไว้หรือไม่

ลูกค้าไม่เห็นบัญชีธนาคารให้โอน

ไม่มีบัญชีไหน “ใช้งานอยู่” เลย ไปเปิดใช้บัญชีที่ ตั้งค่า → บัญชีที่ใช้รับเงิน

ออเดอร์หายไปเฉย ๆ ทั้งที่ลูกค้าบอกว่าโอนแล้ว

แนวโน้มสูงสุดคือถูกยกเลิกอัตโนมัติเพราะไม่ได้แนบสลิปภายใน 30 นาที (หัวข้อ 7) เช็คในแท็บ “ยกเลิก” ของหน้าออเดอร์ — ถ้าลูกค้าโอนจริงแต่แนบสลิปไม่ทัน ต้องให้ลูกค้าสั่งซื้อใหม่ หรือแอดมินสร้างออเดอร์ให้เองผ่านการให้ของรางวัล

พิมพ์ใบปะหน้าแล้วไม่มีบาร์โค้ด

ออเดอร์นั้นยังไม่มีเลขพัสดุผูกอยู่ — ใส่เลขที่ช่อง “เลขพัสดุ” ในหน้ารายละเอียดออเดอร์ (ดึงจากคลังหรือกรอกเองก็ได้) แล้วพิมพ์ใหม่

เลขพัสดุในคลังหมด

ไปอัปโหลดเพิ่มที่ การจัดส่ง → นำเข้าเลขพัสดุ หรือกรอกเลขเองเป็นรายออเดอร์ไปพลางก่อน

ปุ่มต่อรองราคาไม่ขึ้นให้ลูกค้าเห็น

เช็คว่าติ๊ก “รับต่อรองราคา” ที่ตัวสินค้าหรือยัง และถ้าตั้งโหมด “ให้ลูกค้าทัก LINE” ต้องกรอกลิงก์ LINE ในหน้าตาร้านให้ครบก่อนปุ่มจะแสดง

ส่งข้อความทดสอบ Telegram ไม่สำเร็จ

ตรวจว่าเพิ่มบอท @wessuwan_shop_bot เข้ากลุ่มแล้วหรือยัง และ Chat ID ที่กรอกถูกต้องหรือไม่ ถ้ายังไม่สำเร็จให้แจ้งทีมงาน

อยากเปลี่ยนเวลาถือครองการชำระเงิน (payment hold)

ปรับเองได้ที่ ตั้งค่า → การสั่งซื้อ → เวลาชำระเงินก่อนยกเลิกอัตโนมัติ (นาที) (ตั้งได้ 5-180 นาที) แต่ควรรู้ว่ามีผลย้อนหลังกับออเดอร์ที่ค้างรอชำระเงินอยู่แล้วทันที ไม่ใช่แค่ออเดอร์ใหม่ (ดูหัวข้อ 2)

เข้าระบบไม่ได้ / ลืมรหัสผ่าน

ใช้ปุ่ม “ลืมรหัสผ่าน?” ที่หน้า Login เพื่อขอลิงก์ตั้งรหัสผ่านใหม่ทางอีเมล ดูขั้นตอนเต็มในหัวข้อ 1

เช็คลิสต์ก่อนเปิดไลฟ์

  1. สต๊อกถูกไหม — เข้าเมนู “สินค้า” ไล่เช็คจำนวนคงเหลือของทุกชิ้นที่จะขายในไลฟ์ ตัวเลขสีแดง/ส้มคือใกล้หมดหรือหมดแล้ว
  2. บัญชีธนาคารเปิดอยู่ไหม — ตั้งค่า → บัญชีที่ใช้รับเงิน ต้องมีบัญชีที่ขึ้น “ใช้รับเงิน” อย่างน้อย 1 บัญชี
  3. โหมดจองตั้งถูกไหม — ถ้าจะให้จองผ่านเว็บได้ตามปกติ อย่าเปิด “ปิดรับจองผ่านเว็บ” ทิ้งไว้จากไลฟ์ครั้งก่อน และถ้าคิดจะพึ่งการจองผ่านคอมเมนต์ Facebook Live ให้เช็คกับทีมงานก่อนว่าเปิดใช้งานจริงได้แล้วหรือยัง (หัวข้อ 5)
  4. เลขพัสดุพอไหม — เมนู “การจัดส่ง” เช็คจำนวนเลขพัสดุ “ว่าง” ในคลังว่าพอกับจำนวนออเดอร์ที่คาดว่าจะเกิดหรือไม่ ถ้าไม่พอให้อัปโหลดเพิ่มก่อนไลฟ์เริ่ม (ร้านที่เปิดใช้ BGS หัวข้อ 10 ระบบขอเลขให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเตรียมคลังเลข)
  5. ร้านเปิดอยู่ไหม — ตั้งค่า → เปิดร้าน/ปิดร้านชั่วคราว ต้องเป็น “เปิด” และเปิดเมนู “Monitor สด” เตรียมไว้ดูยอดขาย/สลิปรอตรวจแบบเรียลไทม์ระหว่างไลฟ์